โจเซ่ มูรินโญ่ : กุนซือหลงยุค ?

ในการที่เกมพรีเมียร์ลีก ถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ถ้าเป็นมวยก็เปรียบเสมือนระฆังหมดยก ช่วยชีวิต ‘มูรินโญ่’ อย่างแท้จริง หลังผลการแข่งขันของทีม ไก่เดือยทอง ไปในทางที่แย่ โดย 6 เกมหลังสุดทุกรายการ ก่อนถูกเบรกนั้น จ่ามู พาทีมไร้ชัย เสมอ 2 แพ้ 4 อาการค่อนข้างโคม่าพอๆกับโควิดเลยทีเดียว

และหากจำแนกในแต่ละรายการ เริ่มจาก เกมที่เสมอกับ นอริช ซิตี้ ในศึก เอฟเอคัพ นั้น หลังจากเสมอกันในช่วงต่อเวลาก็จริง แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็เหมือนแพ้อยู่ดี โดยตกรอบอย่างเจ็บปวดจากการแพ้การดวลจุดโทษ ตกรอบคาบ้านไปตามระเบียบ

ส่วนในในเกมลีก 3 นัด มูรินโญ่ ก็พาสเปอร์เก็บได้เพียงแต้มเดียว จากเกมล่าสุด แถมเป็นการต้องไล่ตามตีเสมอทีมอย่าง เบิร์นลีย์ และ 2 เกมก่อนหน้า คือการพ่ายให้กับ วูล์ฟแฮมตัน และ เชลซี ทีมเก่าของเขา

ส่วนอีก 2 นัดจากฟุตบอลยุโรปในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาเป็นถึงรองแชมป์เก่านั้น มูรินโญ่ ก็ทำได้แค่พาทีมพ่าย แอร์เบ ไลป์ซิก แบบไป-กลับ แถมเป้าสะอาดทั้งสองนัดอีกด้วย

โดยสาเหตุหลักที่จะไม่ยกมาพูดถึงเลยไม่ได้ คือ อาการบาดเจ็บของ แฮร์รี่ เคน และ ซน เฮือง-มิน 2 กองหน้าตัวผลิตสกอร์ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง กลับกลายมาเป็นคำถามที่ว่า สเปอร์นั้น ต้องพึ่ง มูรินโญ่ หรือนักเตะเพียง 2 คนกันแน่

แม้ว่าตัวหลักอย่าง เดเล่ อัลลี่, ลูคัส มูร่า จะยังอยู่กันพร้อมหน้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ทีมหลุดพ้นจากความย่ำแย่ในช่วงระยะเวลาหลังได้เลย แถมนักเตะใหม่ป้ายแดงอย่าง สตีเว่น เบิร์กไวจ์ ก็ยังมาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บไปอีกคน

และอีกหนึ่งประเด็นที่นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกต คือ ‘แท็คติก’ ของ มูรินโญ่ นั้น เริ่มใช้ไม่ได้กับ ‘โมเดิร์น ฟุตบอล’ แล้วหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา มูรินโญ่ ประสบความสำเร็จมาทั่วโลกก็จริง แต่นักเตะก็เรียกว่าระดับโลกและต้องอยู่ในช่วงพีคแทบทั้งทีมเช่นกัน ซึ่งหากนักเตะไม่เก่งจริงในทุกตำแหน่ง นี่จะเรียกว่าการ ‘ซ้ำรอย’ เหมือนสมัยที่คุมปีศาจแดงหรือเปล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามนำฟุตบอลในแบบฉบับของเขา ที่ถูกสื่อเรียกว่าเป็น ‘ติกิตาก้า’ เข้ามาในพรีเมียร์ลีก, เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็นำ เกเก้น เพรสซิ่ง ของเขา มาปรับใช้กับลิเวอร์พูล ก่อนที่ทั้งสองทีมจะประสบความสำเร็จอย่างมากในเวลานี้ แต่กับ โจเซ่ มูรินโญ่ นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงดึงดันที่จะใช้รูปแบบการเล่นเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา

เมาริซิโอ้ โปเช็ตติโน่ คือกุนซือผู้วางรากฐานให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์  ด้วยเกมรุกที่ดุดัน และพยายามผลักดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมอยู่เสมอ ซึ่งสไตล์การทำทีมนี้เรียกได้ว่า ต่างกับ มูรินโญ่ อย่างสิ้นเชิง ที่เน้นเกมรับ และพึ่งพาซุปเปอร์สตาร์เป็นหลัก

และแม้ว่าเกมบุก ไม่ใช่กุญแจสู่ความสำเร็จของทีมเสมอไป แต่แฟนบอลของไก่เดือยทอง ก็สนุกและภูมิใจไปกับวัฒนธรรมเกมรุกบุกแหลกของทีม แม้ว่าจะได้แค่วนเวียนอยู่กับการลุ้นแชมป์บอลถ้วยอย่าง และโควตาฟุตบอลยุโรปก็ตาม โดยหากนับตั้งแต่ก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก เป็นต้นมา คลับไก่ เข้าใกล้การเป็นแชมป์ลีกเพียงครั้งเดียวในปี 2017 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์

นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักที่สำให้ ‘ดาเนียล เลวี่’ ตัดสินใจจิ้ม มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมเพื่อหวังคว้าถ้วยคว้าความสำเร็จมามอบให้สโมสรและแฟนบอลบ้าง แต่ดูเหมือนเขาจะลืมคิดไปว่า หลังจากที่กุนซือชาวโปรตุเกสได้แยกทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แฟนบอลจึงพบว่า เขาแทบไม่ได้ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้สโมสรเลย นอกเหนือจากปัญหาที่ทำให้ ป๊อกบา คาราคาซังกับสโมสร และค่าเหนื่อยมหาศาลของนักเตะที่แทบไม่ได้ใช้งานอย่าง อเล็กซิส ซานเชส

ซึ่งแม้ว่านี่จะเป็นเพียงฤดูกาลที่ไม่เต็มนักของเขากับสเปอร์ แต่ก็น่าจะย่ำแย่กว่าที่แฟนบอลประเมินเอาไว้ ซึ่งถ้าหากฤดูกาลหน้าแล้วผลงานยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกล่ะก็ อาจได้เห็นแฟนบอลเรียกร้อง ปอเช็ตติโน่ อีกก็เป็นได้

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*