บิลลี่ กิลมอร์ ดาวรุ่งฝีเท้าเยี่ยม ที่รอการขัดเกลาจากแฟรงค์ แลมพาร์ด

ชื่อของเจ้าหนู บิลลี่ กิลมอร์ กองกลางดาวรุ่งวัยเพียง 18 โด่งดังเป็นพลุแตก หลังได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในนามทีมชุดใหญ่ของเชลซี ในนัดที่บ้านสิงโตน้ำเงินครามเปิดบ้านเอาชนะหงส์แดงไปได้ 2-0 ในศึกเอฟเอ คัพ โดยเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ไปครอบครอง ก่อนที่ในนัดถัดมา เจ้าตัวจะได้รับโอกาส สนามเป็นจริงอีกครั้ง ในเกมที่เชลซีเปิดบ้านรับมือเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเจ้าผลก็ยังรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้ จนช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 4-0 และในวันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่าน มารู้จักไอ้หนูรายนี้ให้มากขึ้นไปอีกครับ

บิลลี่ กิลมอร์ เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2011 ในเมืองกลาสโกลว ประเทศสก็อตแลนด์ ก่อนที่ กิลมอร์ ในวัยเด็กจะเข้ารับการฝึกฝีเท้ากับอคาเดมี่ของสโมสร กลาสโกลว เรนเจอร์ ทีมระดับท็อปของประเทศ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ แต่ตลอดเวลาที่อยู่กับสโมสรดังของสก็อตแลนด์ เจ้าตัวก็ไม่ได้เคยถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เดียว

จนกระทั่งในปี 2017 ทางเชลซีได้ตัดสินยื่นข้อเสนอคว้าตัว บิลลี่ กิลมอร์ ในวัย 15 ปี มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวราว 500,000 ปอนด์ เพื่อหวังว่าเจ้าตัวจะกลายเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคตข้างหน้า ได้รับสัญญาจากเชลซีเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2017 โดยได้ฝึกซ้อมและลงเล่นกับทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ของปี แต่ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัย ทำให้เจ้าตัวได้ถูกขึ้นไปเล่นในทีมชุดอายุต่ำกว่า 23 ปีด้วย ซึ่งถือพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากๆ

บิลลี่ กิลมอร์ มีประสบการณ์ในการลงเล่นในระดับเยาวชนกับเชลซี อย่างโชกโชนและประสบความสำเร็จกับเชลซี ในรายการระดับเยาวชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ เอฟเอ ยูธคัพ และพรีเมียร์ลีก ยูธคัพ โดยเจ้าตัวก็ถือเป็นอีกหนึ่งของหลักของทีมระดับเยาวชนที่ทีมจะขาดไม่ได้ แถมยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนทำให้บรรดาสตาฟของทีมเชลซี ต่างเริ่มให้การจับตามอง เจ้าหนูรายนี้อย่างใกล้ชิด และให้ไปร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่บ้างเป็นบางครั้งเพื่อเก็บประสบการณ์

และโอกาสครั้งแรกของเจ้าตัวก็มาถึง ในเกมยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ที่เชลซี พบกับ ลิเวอร์พูล แต่เกมนั้นกิลมอร์ มีรายชื่อเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น ไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่ากุนซืออย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด มองเห็นอะไรในตัวของเจ้าหนูกิลมอร์ เพียงแต่รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งโอกาสที่ว่านั่น ก็มาถึงในนัดที่เจ้าตัวได้ลงประเดิมสนามในการพบกับลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ คัพนั่นแหละครับ

เชื่อเลยว่าในอนาคตชื่อของบิลลี่ กิลมอร์ จะต้องโด่งดังยิ่งกว่านี้อีกแน่นอน ยิ่งอยู่ในมือของกุนซือที่นิยมการใช้บรรดาดาวรุ่งอย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิ่งไม่น่าห่วง ไม่แน่ว่าภายใน 1-2 ปีนี้ เราอาจจะเห็นบิลลี่ กิลมอร์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชุดใหญ่ก็เป็นได้

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*